วันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2569 เวลา 15.00 น. ณ โรงพยาบาลวิภาวดี อำเภอวิภาวดี จังหวัดสุราษฎร์ธานี นางโสภากาญจนะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานในพิธีรับมอบกายอุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อำเภอวิภาวดี
พิธีดังกล่าวได้รับเกียรติจากนายวัยวัธน์ ศรีเพชรพูล นายอำเภอวิภาวดี พร้อมด้วย นายธรณิศวร์ สะโรจน์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายสุปัญญา ชูเพชร รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี, นายณรงค์ ถนอมศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี โดย นายรุ่งโรจน์ ทรัพย์สุนทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวิภาวดี ในฐานะประธานศูนย์บริการกายอุปกรณ์ประจำอำเภอวิภาวดี กล่าวขอบคุณและแสดงความยินดีที่ได้รับการสนับสนุนในครั้งนี้
โรงพยาบาลวิภาวดีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกึ่งเฉียบพลัน และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง จึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพและการเข้าถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เหมาะสมกับสภาพความเจ็บป่วย โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มีผู้รับบริการยืมคืนกายอุปกรณ์ จำนวน 24 ราย และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีผู้รับบริการยืมคืนกายอุปกรณ์ จำนวน 29 ราย
สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 โรงพยาบาลวิภาวดีได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 200,000 บาท (ใช้งบประมาณจริง 199,990 บาท) เพื่อจัดซื้อกายอุปกรณ์ทางการแพทย์ ประกอบด้วย เตียงผู้ป่วย จำนวน 4 เตียง, เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 3–5 ลิตร จำนวน 5 เครื่อง, เครื่องดูดเสมหะ จำนวน 2 เครื่อง, ที่นอนลม จำนวน 4 เครื่อง, เครื่องพ่นยา จำนวน 3 เครื่อง, ไม้เท้าอะลูมิเนียมแบบสามขา จำนวน 4 อัน และไม้เท้าชนิดหนึ่งปุ่ม จำนวน 1 อัน เพื่อใช้ในการดูแล ฟื้นฟู และให้บริการประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
การดำเนินโครงการจัดหากายอุปกรณ์ทางการแพทย์ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานีในการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน โดยมุ่งพัฒนาระบบบริการฟื้นฟูสมรรถภาพให้สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ ลดความเหลื่อมล้ำด้านการเข้าถึงบริการสาธารณสุข และสร้างความอุ่นใจให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด มีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน